วิธีแก้มันสำปะหลังหัวไม่โต
ปัญหามันสำปะหลังหัวไม่โตหรือหัวเล็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การเลือกท่อนพันธุ์, การจัดการดินและปุ๋ย, ไปจนถึงการรบกวนของศัตรูพืช การแก้ไขต้องทำแบบผสมผสานกัน
1. การเลือกพันธุ์และการเตรียมท่อนพันธุ์
- เลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาด สมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง โดยควรมาจากแปลงขยายพันธุ์ที่ดูแลเป็นอย่างดี
- หากไม่แน่ใจแหล่งที่มา ควรแช่ท่อนพันธุ์ในสารเคมีป้องกันเพลี้ยแป้ง เช่น ไทอะมีโทแซม หรือ อิมิดาโคลพริด นาน 5-10 นาทีก่อนปลูก
- ใช้ท่อนพันธุ์ที่สดใหม่ ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 2 สัปดาห์หลังตัด เพราะเปอร์เซ็นต์ความงอกจะลดลงอย่างรวดเร็ว
2. การจัดการดินและปุ๋ย
- มันสำปะหลังตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี ควรใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำ เช่น สูตร 15-7-18 หรือ 15-15-15 เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการลงหัว
- ปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือการไถกลบปุ๋ยพืชสด (เช่น ปอเทือง, ถั่วพร้า) ก่อนการปลูก เพื่อให้ดินร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี
- หลังเก็บเกี่ยว ควรไถกลบเศษต้นและใบมันสำปะหลังกลับลงดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ
3. การจัดการศัตรูพืช
- เพลี้ยแป้ง: หากพบการระบาดให้รีบกำจัดโดยการตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลาย หรือหากระบาดหนักในต้นที่อายุมากแล้วควรเร่งเก็บเกี่ยวและทำลายต้นทิ้ง การใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียน เป็นอีกวิธีที่ช่วยควบคุมการระบาดได้
- ไรแดงและแมลงหวี่ขาว: มักระบาดในช่วงแล้ง ทำให้ต้นมันสำปะหลังอ่อนแอและชะงักการเจริญเติบโต หากพบการระบาดควรพ่นสารกำจัดไร เช่น เฮกซีไทอะซอกซ์ (hexythiazox) ให้ทั่วทั้งต้น
4. การจัดการอื่นๆ และการเก็บเกี่ยว
- อายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมคือ 12 เดือนหลังปลูก ซึ่งหัวมันจะมีขนาดและเปอร์เซ็นต์แป้งที่เหมาะสม
- ไม่ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่ฝนตกชุก เพราะจะทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันต่ำ
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานจริง การวินิจฉัยและการรักษาโรคพืชมีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างในแต่ละพื้นที่.